รีวิว League of Legends: Wild Rift: เกมนี้คือราชาแห่ง MOBA มือถือตัวจริงหรือไม่?
โย่ว! ว่าไงเหล่าเกมเมอร์ทุกคน! ถ้าคุณเป็นสายเกมมือถือในไทยล่ะก็ คงรู้กันดีว่าวงการ MOBA บ้านเรามันใหญ่ขนาดไหน เราใช้เวลาไต่แรงค์กันหัวร้อนในเกมอย่าง RoV มานับไม่ถ้วน แต่หลายปีที่ผ่านมา เราก็ได้ยินเสียงร่ำลือและตำนานของเจ้าพ่อแห่งวงการ PC อย่าง League of Legends มาตลอด และในที่สุด Riot Games ก็ยกประสบการณ์ระดับตำนานนั้นมาลงมือถือให้เราได้เล่นกันแล้วกับ League of Legends: Wild Rift คำถามสำคัญคือ: มันจะเจ๋งสมคำร่ำลือมั้ย? มันจะสู้กับเกมที่เราคุ้นเคยและรักกันอยู่แล้วได้หรือเปล่า? เตรียมพาวเวอร์แบงค์ให้พร้อม ต่อ WiFi ให้ดี แล้วมาดำดิ่งสู่โลกของ Wild Rift กันเลย!
League of Legends: Wild Rift คืออะไร?
สำหรับคนที่ไม่คุ้นชื่อนี้ League of Legends (หรือ LoL) คือหนึ่งในเกม PC ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีสปอร์ตของจริง Wild Rift คือเวอร์ชันมือถืออย่างเป็นทางการจาก Riot Games ที่สร้างขึ้นมาใหม่หมดจด นี่ไม่ใช่แค่การพอร์ตเกมมาแบบลวกๆ หรือเวอร์ชัน “lite” ที่ตัดทอนอะไรออกไป ให้คิดซะว่านี่คือการนำ DNA หลักของ LoL ทั้งแชมเปี้ยนที่ซับซ้อน, กลยุทธ์สุดล้ำลึก, และทีมไฟต์ที่เดิมพันสูง มาปรับให้เข้ากับการเล่นบนจอสัมผัสที่รวดเร็วกว่า เป้าหมายยังคงเป็นสูตร MOBA 5v5 สุดคลาสสิก: คุณและเพื่อนร่วมทีมอีกสี่คนเลือกแชมเปี้ยนที่ไม่ซ้ำกัน แล้วบวกกับอีกทีมในสนามรบที่เรียกว่า Summoner’s Rift เป้าหมายของคุณน่ะเหรอ? ก็บุกตะลุยไปตามเลน, ทำลายป้อม (turrets) ของศัตรู, และสุดท้ายคือทุบฐานใหญ่ของพวกมันที่เรียกว่า Nexus ให้แตก
Riot Games ทุ่มเทขัดเกลาเกมนี้มาอย่างไม่น่าเชื่อ ชัดเจนเลยว่าพวกเขาต้องการสร้างประสบการณ์ MOBA มือถือระดับพรีเมียมที่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 100 ล้านครั้ง บน Google Play Store และคะแนนรีวิวแน่นๆ ที่ 4.3/5 ก็เห็นได้ชัดว่าเกมนี้ดึงดูดความสนใจของเกมเมอร์ทั่วโลกได้อยู่หมัด ตัวเกมเวอร์ชันปัจจุบัน 5.1.0 ต้องการพื้นที่พอสมควรที่ประมาณ 2.1 GB และเล่นได้บน Android 5.1 ขึ้นไป เพราะงั้นเช็คให้ดีว่ามีพื้นที่เหลือและมือถือไม่เก่าเกินไปที่จะรับมือกับความมันส์นี้ Wild Rift ไม่ใช่แค่เกม MOBA ทั่วไป แต่มันคือการประกาศศักดา มันคือการที่ Riot เอาจริง จัดเต็มในสมรภูมิมือถือ เพื่อท้าชนกับเจ้าตลาดเดิม และนำเสนอความลึกของกลยุทธ์ที่ผู้เล่นหลายคนโหยหา มันให้ความรู้สึกคุ้นเคย แต่ก็แตกต่างอย่างสดใหม่

เกมเพลย์และกลไกหลัก
เอาล่ะ มาเข้าเรื่องหัวใจของเกมกันเลย ถ้าคุณเคยเล่น MOBA มือถือเกมไหนมาก่อน พื้นฐานก็จะดูคุ้นๆ แต่ Wild Rift เพิ่มชั้นเชิงความซับซ้อนที่ทำให้การฝึกฝนจนเป็นเทพมันคุ้มค่าสุดๆ บอกเลยว่าเล่นง่าย แต่จะเล่นให้เก่งนี่ต้องใช้ฝีมือขั้นสูง
แผนที่และตำแหน่ง
สนามรบคือ Summoner’s Rift ในตำนานที่ปรับมาเพื่อมือถือ มีเลนหลักสามเลนและพื้นที่ป่าอยู่ระหว่างนั้น ไม่เหมือน MOBA บางเกม เลนใน Wild Rift จะเป็นแบบสมมาตร นั่นหมายความว่าเลน ‘บน’ ของคุณจะเป็น Baron Lane เสมอ (สำหรับสายโซโล่ไฟท์เตอร์และแทงค์) และเลน ‘ล่าง’ ของคุณคือ Dragon Lane (สำหรับคู่หู: marksman/ADC และซัพพอร์ต) ส่วน Mid Lane เป็นของเหล่าเมจและแอสซาซินที่ต้องเดินเกมไปทั่วแผนที่ สุดท้ายคือ Jungler ที่จะฟาร์มในป่า ฆ่ามอนสเตอร์เพื่อเอาเงินและค่าประสบการณ์ และที่สำคัญที่สุดคือการ ‘แก๊ง’ (ganking) หรือดอดไปช่วยเพื่อนในเลนต่างๆ เพื่อเก็บคิล
ระบบตำแหน่งที่ชัดเจนแบบนี้ถือว่าเข้มกว่า MOBA มือถือหลายๆ เกม การรู้หน้าที่ของตัวเองคือบันไดขั้นแรกสู่ชัยชนะ คุณจะเลือกตัวดาเมจ 5 ตัวแล้วหวังพึ่งดวงไม่ได้ การจัดทีม (team composition) สำคัญมากในเกมนี้
แชมเปี้ยนและสกิล
เหล่าแชมเปี้ยนคือดาวเด่นของงานนี้ Wild Rift มีตัวละครมากมายที่ยกมาจากเวอร์ชัน PC และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ละตัวมีเนื้อเรื่องเฉพาะและสกิลใช้งาน 4 สกิล (สกิลธรรมดา 3, อัลติเมท 1) ชุดสกิลโดยรวมจะซับซ้อนกว่าที่คุณอาจจะเคยเจอ ตัวอย่างเช่น แชมเปี้ยนอย่าง Yasuo ต้องอาศัยจังหวะและคอมโบที่แม่นยำถึงจะโหด ในขณะที่ซัพพอร์ตอย่าง Thresh สามารถพลิกเกมได้ด้วยการดึง (hook) ที่แม่นยำหรือโยนตะเกียงช่วยชีวิตเพื่อน ความซับซ้อนนี้หมายความว่ามีอะไรใหม่ๆ ให้เรียนรู้และฝึกฝนอยู่เสมอ คุณอาจจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในโหมดฝึกซ้อมแค่เพื่อฝึกคอมโบของแชมเปี้ยนตัวเดียวให้เป๊ะ
การควบคุมและการต่อสู้
การควบคุมแบบ dual-stick นั้นลื่นไหลและตอบสนองดีมาก ใช้นิ้วโป้งซ้ายเคลื่อนที่และนิ้วโป้งขวาเล็งสกิล Riot ได้เพิ่มฟีเจอร์อำนวยความสะดวกเจ๋งๆ สำหรับมือถือเข้ามาด้วย คุณสามารถแตะที่สกิลเพื่อเล็งอัตโนมัติใส่ศัตรูใกล้ๆ หรือจะลากเพื่อเล็งเองแบบละเอียดก็ได้ ยังมีปุ่มเฉพาะสำหรับเลือกเป้าหมายที่เป็นครีป, ป้อม, หรือแชมเปี้ยน ซึ่งช่วยชีวิตได้มากในจังหวะทีมไฟต์ชุลมุน หนึ่งในฟีเจอร์ที่ดีที่สุดคือกล้องแบบ picture-in-picture ที่จะโผล่ขึ้นมาเมื่อคุณเล็งสกิลอัลติระยะไกลทั่วแมพ อย่าง Final Spark ของ Lux หรือ Enchanted Crystal Arrow ของ Ashe มันให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและทรงพลังมาก
ระบบเศรษฐกิจ: เงิน, ไอเทม, และการลาสครีป
นี่คือจุดแตกต่างที่สำคัญสำหรับผู้เล่นที่มาจาก MOBA สายชิลล์ ใน Wild Rift การโจมตีครีปศัตรูเป็นตัวสุดท้าย (last hit) จะทำให้คุณได้เงินเยอะกว่าปกติมาก กลไกง่ายๆ นี้ที่เรียกว่า ‘การ CS’ (Creep Score) หรือการลาสครีป สร้างมินิเกมขึ้นมาในระหว่างช่วงยืนเลนเลยทีเดียว คุณไม่ได้แค่สู้กับคู่ต่อสู้ แต่ยังต้องแข่งกันฟาร์มให้มีประสิทธิภาพกว่าเพื่อซื้อไอเทมชิ้นสำคัญให้ได้เร็วกว่า ร้านค้าไอเทมมีความลึก มีของชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลากหลายที่ผสมรวมกันเป็นไอเทมขั้นสุดที่ทรงพลัง ไอเทมหลายชิ้นมี สกิลกดใช้ อย่างเช่น Zhonya’s Hourglass ที่ทำให้เป็นอมตะชั่วครู่ นี่เป็นการเพิ่มปุ่มให้กดอีกปุ่มและเพิ่มมิติของฝีมือในการต่อสู้ขึ้นไปอีก โชคดีที่สำหรับผู้เล่นใหม่ ตัวเกมมีเซ็ตไอเทมแนะนำที่ยอดเยี่ยมให้ใช้เป็นแนวทางในช่วงเริ่มต้น
รูนและคาถาซัมมอนเนอร์
ก่อนเริ่มแต่ละเกม คุณจะต้องปรับแต่งหน้า ‘รูน’ ของแชมเปี้ยน พวกมันจะให้โบนัสติดตัวเล็กๆ แต่สำคัญ และมีรูนหลัก (Keystone) อันทรงพลังที่กำหนดสไตล์การเล่นของคุณ เช่น Electrocute สำหรับสายเบิร์สดาเมจ หรือ Conqueror สำหรับสายยืนบวกนานๆ คุณยังต้องเลือกคาถาซัมมอนเนอร์ (Summoner Spells) อีกสองอย่าง พวกมันคือสกิลทรงพลังที่มีคูลดาวน์นาน อย่างเช่น Flash (การวาร์ประยะสั้นที่จำเป็นสำหรับแทบทุกตัว) และ Smite (สกิลที่ Jungler ทุกคนต้องมีไว้ปิดมอนสเตอร์ป่า) การใช้สกิลเหล่านี้ให้ถูกจังหวะสามารถตัดสินความเป็นความตายได้เลย
โดยรวมแล้ว วงจรของเกมเพลย์มันน่าติดหนึบมาก เวลาเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ประมาณ 15-20 นาที—นานกว่าเกม RoV ไวๆ แต่ก็สั้นกว่ามหากาพย์ 40 นาทีใน LoL เวอร์ชัน PC มาก มันสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบ นำเสนอเกมเพลย์เชิงกลยุทธ์ที่ล้ำลึกซึ่งพอดีกับกรอบเวลาของเกมมือถือ

กราฟิกและซาวด์ดีไซน์
พูดง่ายๆ เลยนะ Wild Rift ภาพสวยโคตร ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือหนึ่งในเกมมือถือที่ภาพสวยที่สุดในตลาดตอนนี้ Riot Games ไม่ได้แค่ย่อส่วนโมเดลจาก PC ลงมา แต่พวกเขาสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่หมดจด ผลลัพธ์คือเกมที่ยังคงเอกลักษณ์สไตล์ภาพของต้นฉบับไว้ แต่ก็ดูสวยงามทันสมัยอย่างน่าทึ่ง
กราฟิกและความสวยงาม
โมเดลแชมเปี้ยนทำออกมาได้ละเอียดจัดๆ คุณสามารถซูมเข้าไปดูบนหน้าเลือกตัวละครแล้วจะเห็นรายละเอียดพื้นผิวบนชุดเกราะและสีหน้าที่บ่งบอกถึงนิสัยของตัวละครได้เลย ในเกม แอนิเมชันก็ลื่นไหลและดูทรงพลัง เวลา Garen หมุนดาบหรือ Lux ยิงอัลติเลเซอร์ มันให้ความรู้สึกที่โคตรแรง แผนที่เองก็สดใสและมีชีวิตชีวา พร้อมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างปูที่เดินอยู่ในแม่น้ำและใบไม้ที่ไหวในป่า เอฟเฟกต์สกิลก็อลังการและชัดเจน ทำให้เข้าใจได้ง่าย (ส่วนใหญ่นะ) ว่าเกิดอะไรขึ้นในทีมไฟต์ 5v5 สุดชุลมุน ส่วนหน้าตา UI ก็ดูสะอาดตา ทันสมัย และใช้งานง่าย ทุกอย่างที่นำเสนอในเกมนี้ตะโกนออกมาดังๆ เลยว่า “คุณภาพระดับพรีเมียม”
ประสิทธิภาพและการปรับแต่ง
สำหรับเกมที่ภาพสวยขนาดนี้ มันกลับรันได้ลื่นเกินคาดบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย แน่นอนว่าถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์แบบภาพสวยจัดเต็ม 60 FPS คุณก็ต้องมีมือถือระดับกลางถึงระดับท็อป แต่ Riot ก็ใส่ตัวเลือกกราฟิกมาให้เพียบเพื่อให้ผู้เล่นที่ใช้อุปกรณ์รุ่นเก่าสามารถปรับการตั้งค่าให้ต่ำลงเพื่อการเล่นที่ลื่นไหลขึ้นได้ ขนาดดาวน์โหลดเริ่มต้นก็ใหญ่เอาเรื่องที่ 2 GB กว่าๆ และจะใหญ่ขึ้นอีกเมื่อมีแพตช์ใหม่ๆ เข้ามา ดังนั้นเช็คให้ดีว่ามีพื้นที่เหลือพอ แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้มา ก็ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า
ประสบการณ์ด้านเสียง
ซาวด์ดีไซน์คือระดับท็อปและช่วยเพิ่มความอินแบบสุดๆ การโจมตีธรรมดาทุกครั้งมีเสียงที่โคตรฟิน ทุกสกิลมีสัญญาณเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ และดนตรีออเคสตร้าสุดอลังการจะบิ๊วอารมณ์ในช่วงเวลาที่เข้มข้น ทำเอาใจเต้นรัวๆ เสียงพากย์ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ แชมเปี้ยนแต่ละตัวมีเสียงและบทพูดเฉพาะตัวที่จะพูดตลอดทั้งเกม ทำให้พวกเขามีคาแรคเตอร์จัดเต็ม การได้ยินเสียงแชมเปี้ยนของคุณตะโกนชื่อท่าไม้ตายตอนที่คุณพุ่งเข้าไฟต์เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นเสมอ สัญญาณเสียงยังสำคัญต่อการเล่นมาก บ่อยครั้งที่มันจะเตือนคุณถึงสกิลที่มาจากนอกจอหรือภัยคุกคามที่กำลังมา แนะนำอย่างยิ่งให้ใส่หูฟังเล่นเพื่อเก็บทุกรายละเอียด

อะไรที่ทำให้เกมนี้โดดเด่น
ในตลาดเกมที่แข่งกันดุเดือด อะไรที่ทำให้ Wild Rift คุ้มค่ากับเวลาของคุณมากกว่าคู่แข่ง? มันอยู่ที่จุดแข็งหลักๆ ไม่กี่อย่างที่เกมนี้ทำได้ดีเยี่ยมจริงๆ และมอบรสชาติของเกม MOBA ที่แตกต่างออกไป
ความลึกเชิงกลยุทธ์ที่หาตัวจับยาก
นี่คือจุดขายที่ใหญ่ที่สุดของ Wild Rift ในขณะที่เกม MOBA มือถืออื่นๆ มักจะเน้นการบวกกันรัวๆ และการฆ่าที่รวดเร็ว Wild Rift กลับให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ภาพรวม (macro-strategy) มากกว่า การควบคุมวิชั่น เป็นส่วนที่สำคัญมากของเกม ผู้เล่นจะมี “ward” ซึ่งเป็นไอเทมที่คุณสามารถวางบนแผนที่เพื่อเปิดการมองเห็นในบริเวณที่มืดมิด (fog of war) การรู้ว่าศัตรูอยู่ที่ไหน หรือไม่ได้อยู่ที่ไหน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดักซุ่มโจมตี หลบการแก๊ง และควบคุม Objective ใหญ่ๆ อย่าง Dragon และ Baron Nashor ความสำคัญ
Pros & Consข้อดี & ข้อเสีย
How to Download (Safe Guide)วิธีดาวน์โหลด (คู่มือปลอดภัย)
ลีกออฟเลเจนด์: ไวลด์ริฟท์ is available on the following platforms. Follow our safe download guide for each store.ลีกออฟเลเจนด์: ไวลด์ริฟท์ พร้อมให้บริการบนแพลตฟอร์มต่อไปนี้ ทำตามคู่มือดาวน์โหลดอย่างปลอดภัยสำหรับแต่ละร้านค้า